I just can't control the time

Reviews By My View

ReviewReviewReviewGet SmartNov 13, '08 11:30 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Action & Adventure
ดูเอาจาก DVD น่ะนะ เลยมา Review ช้าหน่อย

หนังแนว Action ปน Comedy เกี่ยวกับสายลับของหน่วย Control ของอเมริกาที่บังเอิญไปได้ข่าวเกี่ยวกับนิวเคลียร์ขององค์กรมืด Chaos มา ก็เลยต้องไปตามไล่ล่า ตามสไตล์สายลับ

เกริ่นนำเรื่อง
เริ่มเรื่องมากพระเอกเป็นหน่วยเอกสารและวิเคราะห์ แต่อยากไปเป็นสายลับมากกว่า ก็เลยขอหัวหน้าย้ายทีม หัวหน้าก็ไม่อยากให้ย้ายทีมเท่าไหร่เพราะพระเอกมันวิเคราะห์เก่งมาก แต่บังเอิญว่าข้อมูลของหน่วยงานรั่วจนสายลับคนอื่นโดนฆ่าปิดปากหมด เหลือสายลับแค่ 2 คนที่ฝั่ง Chaos ยังไม่รู้จัก คือพระเอกที่เพิ่งสอบการเป็นสายลับผ่าน กับสายลับหมายเลข 99 ที่เพิ่งไปผ่าศัลยกรรมหน้ามาใหม่ทั้งหน้า (นางเอก) ก็เลยต้องออกไปทำงานด้วยกันแค่ 2 คน

เริ่ม Review

จุดที่ชอบของหนัง
- พระเอกดูเหมือนงี่เง่าๆ แต่จริงๆมันก็มีความสามารถเหมือนกันนะ
- นางเอกและพระเอกมีความสามารถกันคนละแบบ สามารถปกปิดจุดด้อยของอีกฝั่งได้พอดิบพอดี

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- ไม่มี

สรุปโดยรวม หนังมีทั้งฉาก Action ปนตลก ทำได้ดีในระดับปานกลาง ไม่ดีมากหรือแย่มาก ดูเรื่อยเปื่อยเอามันได้ในระดับนึง ให้ 3 ดาวเป๊ะๆ ไม่ขาดไม่เกิน


ReviewReviewReview007 - Quantum of SolaceNov 7, '08 1:10 PM
for everyone
Category:Movies
Genre: Action & Adventure
ไปดูมาเมื่อวาน ไม่ได้อยากไปดูนักหรอก แต่ไอ้ทักชวนก็เลยหยวนๆ

ปกติไม่ชอบไอ้เจมส์บอนด์เท่าไหร่นะ เพราะฉากสู้กันดูติงต๊องเหมือนเด็กเล่นปาหี่กันมากๆ (โดนเฉพาะภาคที่ เพียซ บรอสแมน เล่น) แต่ภาคตาลุงนี่ดูดีขึ้น สู้กันดูสมจริงสมจังหน่อย ให้มันสมกะที่เป็นสายลับจริงๆ

เนื้อเรื่องมันต่อกะภาคแรก ไอ้เราไม่ได้ดูภาคคาสิโนรอยัล มาถึงดูภาคนี้เลย ก็เลยงงๆ เพราะมันคุยกันอ้างอิงถึงภาคแรกเยอะเหลือเกิน ผิดจาก เจมส์ บอนด์ ภาคก่อนๆที่จบในตอน

แถมตอนจบ ก็ไม่จบ ทำแบบต้องมีภาคต่อไปต่ออีกแน่ๆอีกตะหาก

หนังเริ่มต้นมาในฉากยิงกันในเซียน่า อิตาลี ผ่านอุโมงค์อะัไรซักอย่างที่น่าจะดังเพราะเคยเห็นอุโมงค์นั้นจากในเกม Grand Turismo จากนั้นยิงกันไปซักพักก็ทะลุมาออกที่เหมืองหินอ่อนของเซียน่าที่โด่งดัง (รู้มาจากสารคดี History Channel) เหมืองหินอันนี้มันดังเพราะว่าไมเคิล แองเจโล่ชอบใช้หินอ่อนที่นี่ไปทำงานแกะสลักอันโด่งดังของตัวเอง เพราะหินอ่อนที่นี่มีตำหนิน้อยมาก

จากนั้นหนังก็ัตัดไปประเทศโน้นที ประเทศนี้ที ส่วนใหญ่อยู่แถวๆอิตาลีกะโบลิเวีย

เริ่ม Review

จุดที่ชอบของหนัง
- อืมมมมมมมม หาไม่เจอ

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- ทำซะโบลิเวียนี่อนาถมาก
- เนื้อเรื่องบางจุดตัดตอนจนเรางงๆว่ามันเป็นไงมาไงวะ

โดยรวมก็โอเคนะ ฉากสู้กันก็ปานกลาง พอใช้ได้ เนื้อเรื่องก็กลางๆ ไม่ดีไม่แย่

สรุป 3.3 ดาว แต่ไม่มี ก็เอาไป 3 ดาวละกัน ไม่มีไรทำก็ไปดูซะหน่อย แต่ถ้ามีไรทำก็อย่าไปดูเลย


ReviewReviewReviewReviewReviewByousoku 5 CentimeterOct 25, '08 1:11 PM
for everyone
Category:Movies
Genre: Animation
มีน้อง... ท่านนึง ส่งเรื่องนี้มาให้ดู หนังที่ใช้วิธีการวาดรูปเป็นแบบการ์ตูน แต่เนื้อหาไม่ใช่เนื้อหาสำหรับเด็ก เหมาะกับผู้ใหญ่ดูมากกว่า

หนังแบ่งเป็น 3 chapter ความยาวรวมกันแค่ 1 ชม. สั้นมากๆ แต่ตอนดูจะรู้สึกว่ายาวนานสุดๆ เพราะหนังเป็นโทน เงียบๆ เหงาๆ ทำให้รู้สึกว่า ช่วงเวลาที่ผ่านไปนิดเดียวแต่กลับเหมือนคืนวันอันทรมานมันช่างยาวนานเหลือเกิน

หนังเป็นเรื่องราวของคนสองคน ที่รักกัน แต่มีอันต้องไม่ได้พบเจอหน้ากัน เนื้อเรื่องง่ายๆแค่นี้แหละ

ดูแล้วน้ำตาจะร่วงเพราะแทงใจ เคยเป็นอาการประมาณนั้นเหมือนกัน แถมตัวเอกทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์เหมือนกันอีก ไม่น่าดูเลยตู T_T อุตส่าห์ลืมอาการแบบนี้ไปได้แล้วแท้ๆ กลับมาเป็นอีกแล้วหลังจากดูจบ

จุดที่ชอบของหนัง
- วาดรูปสวย บางรูปดูสมจริงมาก
- ฉากดวงดาว กะท้องฟ้า ให้สีสวยมาก
- ดูแล้ว เนื้อหาแทงใจฉึกๆๆๆ เลือดสาดกระจาย

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- ไม่มี

ความคิดเห็นส่วนตัว อย่าเชื่อมาก อยากรู้ว่าเป็นไงก็ลองหามาดูกัน
คำเตือน คนที่อยู่ในอารมณ์เศร้า เหงา ทรวง ห้าม ดู เป็นอันตรายต่อจิตใจท่านอย่างแรง เหมือนการ์ตูนเอวานเกเลียนที่มีเลเซอร์ทำร้ายจิตใจคนได้แบบนั้นเลย

ถึงไอ้น้องคนที่เอาเรื่องนี้ให้ดู
คราวหลังอย่าเอาหนังแบบนี้มาให้ดูอีกนะ T_T พี่อินนะเฟ้ย


ReviewReviewReviewReviewCyborg SheOct 1, '08 1:17 PM
for everyone
Category:Movies
Genre: Romance
หนังญี่ปุ่น แต่ผู้กำกับเกาหลี สำหรับเรื่องนี้ผู้กำกับเป็นคนเดียวกับที่กำกับเรื่อง My Sassy Girl ครับ ส่วนนักแสดงนำหญิงคือ ฮารุกะ อายาเสะ และฝ่ายชายคือ เคซึเกะ โคอิเดะ

สำหรับชื่อของหนังเรื่องนี้ ผมเข้าใจว่าคงเอามาจากการ์ตูนชีจังของ CLAMP น่ะครับ แต่ยืมแค่ concept เกี่ยวกับหุ่นยนต์ค้นหาหัวใจมา แต่รายละเอียดอื่นๆแต่งใหม่ทั้งหมด เรียกว่าเป็นคนละเรื่องไปเลยละักัน ผู้กำกับคงไม่อยากให้มีการเปรียบเทียบเวอร์ชันการ์ตูนกะหนัง เพราะจะทำให้เสียอรรถรสในการชม

เรื่องย่อ Spoil + ลอกมาจากเว็บอื่นอีกที -> http://www.jkdramas.com/movies/japan/CyborgShe/index.htm

อยู่ๆวันหนึ่ง สาวน่ารักก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าผม จากนั้นอีกหนึ่งปี ผมก็เจอผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนสาวคนนั้น คนที่ผมตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้จะได้อยู่กับเธอแค่วันเดียว เธอยังน่ารักเหมือนเดิม แต่ดูเลื่อนลอย เธอบอกความลับกับผมว่า เธอเป็นหุ่นยนต์มาจากอนาคต คำถามผุดขึ้นในหัวผมเต็มไปหมด เธอใช่ผู้หญิงที่ทิ้งผมไปเมื่อปีก่อนหรือเปล่านะ? แต่ยังไงผมก็ตัดสินใจออกเดทกับเธอ เธอขี้โวยวายนิดหน่อย พฤติกรรมของเธอทำให้ผมเจอปัญหาหลายครั้ง แต่ผมก็รักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เธอคนนี้แหละที่ช่วยชีวิตผมจากอันตราย เมื่อก่อนชีวิตผมน่าเบื่อสุดๆ มีเธอเข้ามาในชีวิต ผมถึงมีความสุข แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็นหุ่นยนต์ที่ไม่รู้สึกอะไรกับผมเลย ทั้งๆที่ผมรู้สึกผูกพันกับเธอมากขึ้นทุกวัน อุปสรรคนี้มันเจ็บปวดเกินกว่าที่คนอ่อนแออย่างผมจะรับไหว ผมจึงบอกเลิกกับเธอ ช่วงที่เธอจากไป เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นที่กลางใจเมือง ทันใดนั้น เธอก็มาช่วยชีวิตผม ผู้หญิงที่ผมพยายามจะลืมยอมเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องผม ผู้หญิงคนนี้อยู่เคียงข้างผมเสมอ เธอยิ้มให้ผม วินาทีนั้น ผมนึกถึงรอยยิ้มของผู้หญิงคนที่ผมพบเมื่อปีก่อน ในที่สุดหุ่นยนต์สุดที่รักของผมก็มีความรู้สึก ส่วนผมก็ค้นพบความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เมืองกำลังถล่ม แต่อนาคตอันเหนือความคาดหมายกำลังรอเราสองคนอยู่

ต่อไป เริ่ม Review Spoil อีกนิดหน่อยเช่นกัน

จุดที่ชอบของหนัง
- จุดเริ่มต้นของหนังที่ชวนให้งงงวยและดูไร้เหตุผลสิ้นดี อยู่ดีๆมันมาชอบกันได้ไงวะ งง แต่ตอนจบของเรื่อง การเฉลยที่มาที่ไปทั้งหมดของเรื่องอันน่าทึ่ง และเกินความคาดหมายของผมนิดหน่อย ตรงที่มันมีนางเอก 2 คน ทำให้รู้สึกประทับใจกะการดำเนินเรื่องมากทีเดียว

- นางเอก ฮารุกะ อายาเสะ น่ารักมาก และยังเล่นได้สุดยอดมาก สมจริงสุดๆ ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความต่างระหว่างตอนที่เธอพบพระเอกครั้งแรก และตอนที่เธอพบพระเอกครั้งที่สองได้อย่างชัดเจนแม้หนังจะยังไม่ไ่ด้เฉลย ทำให้ผมเกิดคำถามขึ้นในใจระหว่างดูได้ทันทีและอยากลุ้นไปดูตอนจบว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าอยากรู้ว่าต่างกันยังไง ก็ลองสังเกตกิริยาต่างๆดูละกันครับ ทั้งการเดิน คุย นั่ง ยิ้ม และอื่นๆ จะรู้สึกได้เลยล่ะว่า ปี 2007 ต่างกับปี 2008 กระทั่งตอนจบคุณก็จะเข้าใจครับว่าทำไมมันต่างกัน

- ตอนที่พระเอกยื่นหุ่น figure อายานามิ เรย์ จากการ์ตูนเรื่องเอวานเกเลี่ยนให้นางเอก ดูเผินๆก็เหมือนไม่มีอะไร ก็แค่พระเอกมันบ้า figure ก็เลยซื้อมา แล้วบังเอิญเอาให้นางเอก ก็แค่นั้น แต่ถ้าใครเคยดูเรื่องเอวานเกเลี่ยนมา คงจะรู้นะครับว่า อายานามิ เรย์ นั้น มีลักษณะพิเศษคือ ไร้ความทรงจำ ไร้อารมณ์ แม้จะมีเลือดเนื้อแบบมนุษย์ และค่อยๆมีการพัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์ในภายหลัง ช่างเหมือนนางเอกของเรื่องนี้ที่เป็นหุ่นยนต์ไร้จิตใจ ไร้อารมณ์ แบบสุดๆ และสุดท้ายก็มีการพัฒนาจิตใจและอารมณ์เพิ่มด้วยเหมือนกัน เป็นการแทรกความหมายเข้าไปมากมายในตัวหุ่น figure ที่ดูเหมือนไร้ความหมายเพียงตัวเดียว

- ไม่มีชื่อนางเอก ตลอดทั้งเรื่อง มีแค่การเอ่ยถึงชื่อรุ่น ครั้งเดียวในเรื่อง นอกจากนั้นก็จะเรียกแค่ว่า เธอๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา ซึ่งมันมาจากชื่อเรื่องว่า "She" นั่นเองครับ ดูคลาสสิคดี

- sound ดนตรีแต่ละช่วงของเรื่องที่เลือกมา เข้ากับจังหวะของเรื่องดีครับ อย่างตอนพระเอกเดินทางย้อนอดีตไปรำลึกความหลัง ก็เลือกเพลงญี่ปุ่นแนวเด็กๆเก่าๆให้ชวนระลึกถึงสมัยยังเด็ก หรืออย่างตอนที่พระเอกกับนางเอกสร้างความทรงจำร่วมกัน ก็เลือกใช้ดนตรีที่ให้ความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม ตอนจบก็เลือกใช้เพลงซึ้งๆ ทำให้ซึ้งเพิ่มขึ้นไปอีก

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- กราฟฟิกไม่ค่อยเนียน
- พระเอกดูเห่ยๆไงชอบกล แม้มันจะเล่นเก่งก็เถอะนะ แต่ดูแล้วยังกะหลี่เหลียงเจี๋ยเวอร์ชันญี่ปุ่น เอามาเล่นหนังซึ้ง รู้สึกแปลกๆ

สรุป ให้ 4.2 ดาว หักค่ากราฟฟิกเห่ยๆออกเล็กน้อย ส่วนตัวชอบหนังที่ต้องตีความเยอะๆ เข้าใจยาก แนวนี้ด้วยเลยบวกดาวเพิ่มเป็นพิเศษ นอกจากนี้ก็ยังมีความซึ้งที่มีระัดัับไม่ธรรมดา รวมถึงตัวละครแนวไร้อารมณ์และพยายามคนหาอารมณ์ เป็นตัวละครแนวที่ชื่นชอบเป็นพิเศษอีกเช่นกัน (เหมือนที่ชอบอายานามิ เรย์เป๊ะ) ผมว่า มันก็ดูมีเสน่ห์ดีนะแบบ ไร้อารมณ์แล้วมาเริ่มเรียนรู้จิตใจเอาทีหลัง ควรค่าแก่การไปดูอย่างยิ่งครับ


ReviewReviewReviewReviewFumiSep 25, '08 11:54 AM
for everyone
Category:Restaurants
Cuisine: Japanese / Sushi
Location:Siam paragon
กินมาหลายวันแล้วล่ะ แต่เพิ่งนึกอยากเอามา Review
ร้านนี้อยู่ในพาราก้อน ชั้นล่างที่มีร้านอาหารเยอะๆ ร้านตั้งอยู่ตรงข้าม MK Gold เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ

บรรยากาศ - แบบห้างแท้ๆ ไม่ค่อยดีเลย คนเดินผ่านไปมาพลุกพล่านเกิน

บริการ - มาตรฐานร้านอาหารที่สมควรเป็น ไม่มีอะไรโดดเด่น

รสชาติ - สั่งไรมากินมั่งนอกจากปลาดิบในรูป จำไม่ได้แล้วเหมือนกัน จำได้แค่ว่า เออ มันก็อร่อยดีนะ ไว้กินร้านอื่นจนครบเมื่อไหร่จะวนกลับไปกินใหม่ละกัน

ราคา - พอๆกะ Zen เทียบกะรสชาติแล้วก็โอน่ะนะ ใช้ได้ อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็อร่อยนะ อย่างปลาดิบที่กินก็สดดี

สรุป 3 ดาวปลายๆ แต่ไม่มีก็เอาไป 4 ละกัน ถ้าเบื่ออาหารญี่ปุ่นเจ้าเดิมๆอย่างฟูจิที่คนทะลัก ก็ไปกินร้านนี้แทนเถอะ แพงกว่าอีกนิดเดียว รสชาติก็ดีขึ้นตามราคา มีข้อดีตรงที่คนไม่เยอะ ไม่ต้องไปรอคิวให้เสียเวลาจนหมดอารมณ์กิน


ReviewReviewReviewReviewKabukiSep 3, '08 9:57 AM
for everyone
Category:Restaurants
Cuisine: Japanese / Sushi
Location:Siam paragon
ไปกินมาหลายวันและ แต่เพิ่งได้มาอัพนี่แหละ

อ่ะ เข้าเรื่องเลยละกัน

บรรยากาศ - เงียบเชียบ ไม่ค่อยมีผู้คน ก็ดีนะ สงบดี

บริการ - ได้ตามมาตรฐานร้านอาหารที่ควรจะเป็น ค่อนข้างดี มีมารยาท

รสชาติ - เท่าที่กินดู อร่อยทุกอย่างที่สั่งมานะ สั่งข้าวปั้นหน้าปลาไหล ข้าวห่อไข่ แล้วไอ้ทักก็มีสั่งชุดข้าวปั้นมา หน้าตาดูน่ากินดี เห็นมันบอกว่าอร่อยกว่าร้านอื่นหลายๆเจ้า ความสดมันดูสดกว่าร้านอื่นๆทั่วไป ข้าวห่อไข่ก็ทำมาหน้าตาประหลาด(ดังรูป) หน้าตาธรรมดา แต่อร่อยใช้ได้เลย
"กินแล้วละลายในปาก ไม่ละลายในมือ กรอบนอก นุ่มใน เคี้ยวแต่ละคำเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า ตัวเบาล่องลอยไปในอากาศ เคลิบเคลิ้มไปกับสายลม" <- เว่อร์สิ้นดี ไม่จริงหรอก เขียนให้ดูเหมือนสำนวนการ์ตูนไปงั้นล่ะ

ราคา - ก็ สูงอยู่นะ พอสมควร แต่เทียบกะรสชาติแล้ว ให้ิอภัย อร่อยสมราคาอยู่

สรุป เอาปาย 4 ดาววววววว ถ้าตังค์เหลือๆไปลองซักรอบก็ดีครับ แต่ถ้าบ่ีจี๊ก็กินข้าวข้างถนนประหยัดตังค์กันต่อไปเถิดเพื่ออนาคต


ReviewReviewReviewReviewMomo ParadiseAug 24, '08 9:19 AM
for everyone
Category:Restaurants
Cuisine: Japanese / Sushi
Location:7th floor, Central World plaza
อยู่ดีๆ ไอ้ลิงท็อป เกิดอยากไปกินร้านนี้มากเพราะหลงกลโปรโมชั่นกิน 4 จ่าย 3 ผ่านบัตรซิตี้แบงค์ เออ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าโปรโมชั่นพรรค์นี้ หลอกเพื่อนตรูไปกินได้ แล้วมันก็มาชวนเราเป็นเหยื่อ ไอ้เราก็ไม่ได้สนใจโปรโมชั่นหรอก ช่วงนี้ใครชวนไปไหนก็ไปหมดแหละ ใจง่าย เหอะๆๆ

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 Central World เคยเดินผ่านแว้บๆ รอบนึง เป็นบุฟเฟ่ห์ สุกี้ กับ ชาบู สไตล์ญี่ปุ่น เหมือนอากิโยชิเดี๊ยะ ทีนี้ พอดีไปกะป้าจิน กะไลลา คนนึงไม่กินหมู อีกคนไม่กินเนื้อ ลำบากจริงๆเลยจอร์จ ต้องจับมันนั่งแยกหม้อกัน แต่เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ต้องการไปกินเนื้อวัว เลยปล่อยป้าจินลอยแพกินหมูไปคนเดียว ส่วนพวกผัก วุ้นเส้น เห็ดเข็มทอง อะไรพวกนี้ มีให้ไปหยิบเองจนพอใจไม่ต้องรอพนักงาน ก็ดีเหมือนกัน

บรรยากาศ - ก็ ตกแต่งร้านพอไปได้นะ แต่ที่ตักอาหาร แคบไป เดินแล้วจะชนกันตาย

บริการ - ไปตอนกลางวัน คนน้อย เลยบริการดี ตอนคนเยอะไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นเช่นไร

รสชาติ - เนื้อไม่รู้มีให้เลือกเปล่า เพราะเห็นมันเอามาแบบเดียว ไม่ทันได้ถาม แต่เท่าที่กินมันก็ใช้เนื้อดีอยู่นะ ส่วนอย่างอื่น ก็มีแต่พวกผัก ที่มันเหมือนกันทุกร้านแหละ สุดท้ายน้ำซุป ผมว่าอากิโยชิอร่อยกว่านิดนึงนะ แต่ก็ไม่ต่างกันมาก

ราคา - จริงๆ มันเป็นโปรโมชั่น ไป 4 จ่าย 3 ถ้าใช้ซิตี้แบงค์ แต่ดันมีไอ้เอกอ้วน ส่วนเกินกระแดะอยากไปทีหลังเค้าเลยกลายเป็นไอ้บุคคลที่ 5 เข้ามาเพิ่ม งานนี้เลยต้องจ่ายเพิ่มเป็นคนละ 400 ปลายๆ แทนที่จะถูกกว่านี้ ฮ่วย อ้อ ร้านนี้มีโปรโมชั่นน้ำ Re-fill 39 บาทด้วย มีพวกชาเย็น ชามะนาว กาแฟ ชาข้าว ชาเขียว อะไรเทือกนี้ให้เติม ก็ดี มีให้เิติมเองหลายแบบคล้ายๆชาบูชิแต่มีมากกว่านั้นอีกนิดหน่อย แย่ตรงที่ต้องจ่ายตังค์เพิ่มนี่แหละ แต่ก็หยวนๆ

สรุป ให้ 3.6 ดาว เหมาะแก่การไปลองเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตสักครั้ง เปิดสมองกับโลกใหม่ๆให้รู้ว่าเค้ามีขายอาหารแบบนี้ด้วยนะ แต่จะชอบมากแค่ไหนให้เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลดีกว่าเพราะไม่รู้สึกว่ามันแนะนำอะไรเว่อร์ปานนั้น แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรแย่จนถึงกับไม่น่าไป ออกแนวทางสายกลาง


ReviewReviewReviewReviewWall.EAug 13, '08 1:22 PM
for everyone
Category:Movies
Genre: Animation
เรื่องนี้หลังจากเล็งๆไว้นานว่าจะไปดู ก็ได้ไปดูจนได้ สนุกสมกับที่คาดหวังไว้เลยทีเดียว
หนังเป็นอนิเมชั่นเกือบ 100% แต่มีประมาณซัก 3-5% ที่เป็นคนอยู่จิ๊ดนึง

เรื่องราวเกี่ยวกับหุ่นยนต์เก็บขยะตัวนึงชื่อรุ่นว่า Wall.E ที่ถูกทิ้งไว้บนโลกเพื่อทำความสะอาดโลกเนื่องจากเกิดมลพิษ ขยะล้นโลกจนมนุษย์ไม่สามารถอยู่บนโลกได้อีก ต้องหนีไปอยู่บนยานในอวกาศ

700 ปี ผ่านไป หุ่นรุ่นเดียวกับ Wall.E พังไปหมดแล้ว เหลือไอ้ตัวพระเอกเป็นตัวสุดท้าย กระทั่งวันหนึ่ง อีฟ หุ่นสำรวจรุ่นล่าสุด ได้ลงมาสำรวจโลก และได้พบกับ Wall.E เรื่องราวการผจญภัยจึงได้เริ่มขึ้น

จุดที่ชอบของหนัง
- เนื้อเรื่องค่อนข้างดีนะ เข้าใจคิดพล็อตเรื่อง มีทั้งตลกปนๆกับซึ้งจิ๊ดนึง แล้วก็มีแนวไซไฟเสริมเข้าไปด้วยอีกหน่อย แนว Adventure รวมเข้าไปอีกนิด ผสมออกมาได้ลงตัวทีเดียว
- ชอบน้องอีฟ ออกแบบได้น่ารัก กระทัดรัด ^^
- ปืนน้องอีฟแอบมีโฉด ยิงแรงมาก โหดสะจาย 555
- ตอนที่วอลอีกับอีฟเริ่มคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก ดูได้มิตรภาพดี แล้วก็ตลกดีด้วย
- กัปตันยานเปิดตัวมาเหมือนจะดูไร้สมรรถภาพ แต่ไปๆมาๆกลับตัวกลับใจหันมาตั้งใจฟื้นฟูโลก เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดี ดูมีความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค
- ชอบแนวคิดต่อโลกอนาคตของหนัง วันๆคนคุยแต่กะจอโฮโลแกรมจนไม่สนใจสิ่งรอบข้างทุกอย่าง ลืมเลือนที่จะมองสิ่งรอบตัวไปหมดสิ้นทั้งๆที่มันก็อยู่แค่รอบๆตัว ไม่ได้อยู่ไหนไกลเลย
- ฉากวอลอีเด้งไปอวกาศแล้วอีฟตามไปช่วย ก็ซึ้งดี
- หุ่นยน Auto Pilot มันช่างซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่มันได้รับมอบหมายมาแ้ท้ๆ ปมความขัดแย้งของหนังที่เกิดจากโปรแกรมคอมที่คนรุ่นเก่าสร้างไว้ไม่ดี ผมว่าทำได้ดีเลยนะ สร้างอยู่บนพื้นฐานของหลักความเป็นจริง คอมมันไม่ได้กบฎเองของมันดื้อๆ แต่เป็นเพราะมันซื่อสัตย์ต่อคำสั่งที่มันได้รับมาตะหาก
- หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่ชื่อ Mo ก็ขำดี มันตั้งใจปฎิบัติหน้าที่ที่ได้รับมากๆ

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- ไม่ค่อยอยากจะคิดถึงมันเท่าไหร่ แต่ก็คงต้องเขียนบอกคนอื่นหน่อย จุดที่ไม่ชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คืออออออออออ ม้าาาาาาาาาาาาา แลงงงงงงงงงงง สาบบบบบบบบบบ (บทเยอะอีกตะหาก)

สรุป ให้ 4.4 ดาว แต่ไม่มี เอาไป 4 ดาวก็พอนะ น่าไปดูมากครับ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย หนังไม่มีอันตราย จะอันตรายเป็นพิเศษเฉพาะกับคนที่เกลียดหรือกลัวแมลงสาบมากๆ (แม้ว่าในหนังมันจะพยายามทำให้น่ารักขึ้นนิดหน่อยก็ตาม ยังคงเป็นแมลงสาบอยู่ดีแหละ)

ไปดูที่พาราก้อน ก่อนจะฉายวอลอี ดีสนีย์มีแถมหนังสั้นเรื่องของนักมายากลกับกระต่ายที่ใช้เล่นกล ขำกลิ้งสุดๆ ฮามากๆ ไม่แน่ใจว่าฉายโรงอื่นจะมีป่าว แต่คิดว่าน่าจะมี


ReviewReviewReviewATRIUMAug 4, '08 10:39 AM
for everyone
Category:Restaurants
Cuisine: International
Location:The Landmark Bangkok
ครั้งที่สองละที่ได้ไปกินที่นี่ เป็นบุฟเฟ่ห์นานาชาติ อยู่ในโรงแรมแลนด์มาร์ค แถวๆสุขุมวิท ซอย4

เวลาไม่คอยท่า เริ่ม Review เลยละกัน ไม่อยากเขียนเยิ่นเย้อ

บรรยากาศ - เป็นโรงแรมทั้งที แต่บรรยากาศไม่ชวนประทับใจอะไรเลย ธรรมดาเกินไป ไม่มีความรู้สึกหรูหรา

การบริการ - พอไปได้ มารยาทดี แต่จำนวนพ่อครัวที่ทำของปิ้งย่างและอื่นๆ มีน้อยเกินไป ทำช้ามาก สรุปว่าไม่ประทับใจอะไรมากมาย แค่พอไหว

รสชาติ - อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง เฉยๆบ้าง แล้วแต่ประเภทกับข้าว ไล่เรียงทีละอย่างละกัน
- อาหารทะเลเผา บ่ได้กิน ขี้เกียจแกะ เลอะมือ งดวิจารณ์
- อาหารญี่ปุ่น ไม่ค่อยสมกับที่เป็นโรงแรมเท่าไหร่เลย ธรรมดามากๆ หากินได้ทั่วไป ปลาดิบความสดก็งั้นๆ กลางๆ คือคาดหวังไว้ว่ามันควรจะดีกว่าข้างนอกนะ แต่ไม่เป็นตามที่หวังเท่าไหร่
- ฟัวกรา รสชาติปานกลาง ยังสู้ที่เคยกินที่ฝรั่งเศสไม่ได้ ห่างชั้นกันไกล แต่อันนี้ก็ไม่ถึงกะแย่ มีข้อดีตรงกินได้ไม่อั้น ข้อเสียคือ ทำช้าโคตรจนขี้เกียจรอ กินไป 3 จานพอ เลิกรอมันแล้ว
- ขาหมูรมควัน รสชาติคล้ายๆแฮม อันนี้ชอบมาก อร่อยดี
- เนื้อวัวย่างรมควัน ไม่ได้เรื่องเลย นานๆจะรู้สึกว่าหมูอร่อยกว่าเนื้อได้ซะที
- ซุปข้นดอกกะหล่ำ หาที่อื่นกินคงไม่มี รสชาติข้นกึ้กแบบประหลาดๆ ไม่เวิร์คมาก แต่พอกระเดือกลง
- อาหารไทย รสชาติงั้นๆ ไม่มีอะไรดีเด่น แค่กลางๆ
- บาร์บีคิว บ่ได้กิน งดวิจารณ์
- ขนมหวาน อร่อยหลายอย่างเลย เวิร์คที่สุดในบุฟเฟ่ห์นี้ก็ขนมหวานนี่แหละ แต่กินมากๆโปรดระวังอ้วน

ราคา - หัวละ 750 บาท สำหรับอาหารระดับนี้ จัดว่า ค่อนไปทางแพงเกินเล็กน้อย ไม่ได้มีอะไรเลิศหรูมากมายนอกจากฟัวกรา

สรุป ไม่แนะนำเท่าไหร่ ไปที่อื่นน่าจะดีกว่า


ReviewReviewReviewThree Kingdoms - Red Cliff Part1Jul 10, '08 1:48 PM
for everyone
Category:Movies
Genre: Action & Adventure
สามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ จากนิยายอิงประวัติศาสตร์ยอดนิยม ตัดเอาช่วงการต่อสู้ระหว่างโจโฉกับจิวยี่ในสมรภูมิเซ้กเพ็กเอามาทำเป็นหนัง

เนื้อเรื่องคร่าวๆส่วนใหญ่ก็รู้กันอยู่แล้วแหละเนอะ แต่ภาคหนังมีดัดแปลงบ้างหลายจุดเหมือนกัน เริ่มวิจารณ์เลยดีกว่า

จุดที่ชอบของหนัง
- มีการแสดงภูมิปัญญาให้เห็นกันบ้าง แผนการรบดูดีหน่อย ไม่เหมือนภาคจูล่งที่มีแต่แผนเน่าๆไม่ได้เรื่อง
- กองเรือของโจโฉ ทำได้ดูยิ่งใหญ่ดี กองทหาร 8 แสนมันต้องเยอะแบบนี้แหละ
- ทำผาแดงออกมาได้สวยมาก
- วิวภูเขากะแม่น้ำ สวย
- มุมกล้องทีฉายนกพิราบบินไปกองทัพโจโฉตอนใกล้จบ สวยดี

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- ยืดเรื่องไม่เข้าท่าหลายจุดทำให้ดูแล้วง่วงนอน เช่นตอนขงหยงถูกประหาร ถึงจะมีจริงๆในนิยายก็เถอะ ไม่ต้องฉายก็ได้ ไมไ่ด้สำคัญกับศึกดวลกองเรือขนาดนั้น
- ทีไอ้บางฉากที่ควรจะทำดีๆแล้วฉายให้มันยาวหน่อยกลับตัดสั้นกระจิ๊ดนึง เช่นฉากที่ขงเบ้งต้องด่้ากราดกะพวกขุนนางของซุนกวน ของจริงด่ากันอย่างเมามันยาวเหยียด นี่ออกมาด่ากันแป๊บเดียวจบแบบห้วนๆ
- ฉากเตียหุยยืนอยู่บนสะพานเชี่ยงปังก็ตัดทิ้งซะงั้น
- แต่ทีฉากอย่างซุนฉางเซียงมาขอออกทัพไร้สาระ ฉายอยู่ได้ตั้งนาน
- ฉากที่เสียวเกี้ยว จิวยี่ ขงเบ้ง ไปทำคลอดม้ายิ่งไร้สาระ
- ฉากดีดพิณกันตั้งเป็นนาทีก็ยิ่งไร้สาระเข้าไปใหญ่
- พยายามใส่มุกตลกที่ดูไม่เข้ากะหนังเข้ามา ดูแล้วขัดๆอารมณ์
- แม่ทัพบางคนแต่งตัวธรรมดาไปหน่อย แยกกะทหารลูกกระจ๊อกยากเหลือเกิน ปกติแล้วแม่ทัพทั่วไปมักจะแต่งตัวไม่เหมือนลูกน้องนะ จะได้แยกออกได้ง่าย
- ไอ้ค่ายกลแปดทิศที่อุตส่าห์งัดออกมา แีรกๆก็ทำดูดีน่าสนใจอยู่หรอก แต่ไปๆมาๆตอนท้ายๆไอ้ค่ายกลนี้กลับดูไร้ประโยชน์ไปซะยังงั้น
- ค่ายกลทำซับซ้อนน้อยกว่าของจริงๆไปนิดนึง ของจริงเป็นค่ายกลแปดประตูมีทา่งเข้าออก 8 ทิศ แต่ละทิศจะมีจุดแข็งจุดอ่อนไม่เหมือนกัน ไม่ใช่แบบในหนังที่มันทำมาเหมือนกันทั้ง 8 ทิศ
- ไอ้ตอนออกมาโชว์เดี่ยวแต่ละคน ติงต๊องอ๊ะป่่าว ทำค่ายกลแทบตายแต่เอาแม่ทัพตัวเองไปทำเป็นโชว์เหนือทีละคนเนี่ย มันควรจะเข้าไปเป็นกองทัพสิถึงจะถูก ทำเป็นกลัวว่าพวกแม่ทัพจะไม่มีบทไปได้
- ซุนกวน ตาสีเขียวมรกตนะจ๊ะ ไปหาคอนแทคเปลี่ยนสีลูกตามาใส่หน่อยก็ดี นี่ตาดำมาเชียว จริงๆหนวดสีแสดด้วย แต่จะให้ย้อมสีหนวดกะคิ้วคงแสบแย่มั้ง
- เล่าปี่ดูโทร๊มโทรม ควรดูมีสง่าราศีกว่านี้หน่อยนะ
- ขงเบ้งก็แต่งตัวไม่ค่อยมีราศีจับเล้ย ในนิยายบรรยายไว้ว่า แต่งกายประดุจเทพยดา นี่ดูแล้วหมดศรัทธายังไงชอบกล ตอนหลังๆค่อยแต่งตัวดีหน่อย
- จิวยี่ ในนิยายบรรยายไว้ว่า ต้องหน้าตาดี ดูเหมือนคนเจ้าชู้ นึกยังไงไปเอาเหลียงเฉียวเหว่ยมาเล่นฟะ หน้าไม่ให้เล้ย น่าไปหาคนอื่นมาเล่นมากกว่า ที่มันดูหล่อแล้วก็หน้าตาหลีหญิงเก่งกว่านี้น่ะ

ส่วนฉากสู้รบ ปานกลาง ไม่ดีไม่แย่

สรุป ให้สองดาวปลายๆ แต่ไม่มี เอาไป 3 ดาวก็ได้ฟะ ถ้าใครเคยอ่านนิยายมาก่อนจนจำได้ขึ้นใจแล้วไปดูอาจจะรู้สึกขัดใจ แต่ถ้าใครไม่เคยอ่านหรืออ่านไม่ละเอียดอาจจะรู้สึกเฉยๆ แต่ที่แน่ๆ ไม่รู้สึกว่ามันสนุกจนน่าแนะนำเลย

อันที่จริง ไปดูแต่ Part2 ก็น่าจะได้นะ เพราะ Part1 มันไม่มีสาระสำคัญอะไรเลย

หวังว่าภาคต่อจะสนุกกว่านี้นะ จะเริ่มเผาเรือกันจริงๆจังๆซักที
อ้อ มีข่าวมาด้วยว่า ภาคต่อช่วงเผาเรือกัน มีถ่ายทำพลาดจนสตันท์แมนตายไปแล้ว 1 คน บาดเจ็บอีก 6 คน


ReviewReviewReviewReviewลิขิตโภชนาJul 8, '08 12:20 PM
for everyone
Category:Restaurants
Cuisine: Thai
Location:บางบอน ช่วงระหว่างคาร์ฟูกับจัสโก้
Review แต่ร้านราคาไฮโซไปเยอะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่ Review ร้านราคาถูกบ้าง งวดนี้เลยมา Review ร้านนี้กัน ร้านข้าวมันไก่ ลิขิตโภชนา

ร้านนี้เมื่อก่อนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าวรรัตน์ ถนนจันทน์ ใกล้ๆกับบ้านผมสมัยเด็กๆ ทุกเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ แม่จะซื้อข้าวมันไก่ร้านนี้มาให้ผมกินทุกเช้า (ทุกเช้าจริงๆ ไม่เคยกินอย่างอื่นเลย) เป็นเวลาหลายปี ผมก็กินได้ทุกวันโดยไม่มีเบื่อ แต่ไม่รู้หรอกว่ามันอร่อยหรือไม่อร่อย เพราะศุนย์การค้าวรรัตน์เมื่อ 20 ปีก่อนมีแต่อาหารอร่อยๆขายในนั้นเต็มไปหมดจนผมไม่รู้เหมือนกันว่าของไม่อร่อยเป็นยังไง

กาลเวลาผ่านไป ผมก็ได้ย้ายบ้านออกมา ย้ายไปย้ายมาอยู่ 4-5 รอบ กินข้าวมันไก่มาไม่รู้กี่ที่ กี่เขต ก็ยังไม่เคยเจอข้าวมันไก่ที่มันรสชาติเหมือนที่เคยกินสมัยเด็กเลย จึงเพิ่งได้รู้ว่า ไอ้ข้าวมันไก่ที่เราเคยกินตอนเด็ก มันอร่อยที่สุดในชีวิตแล้วตั้งแต่เคยกินข้าวมันไก่มา

ข้าวมันไก่เจ้านี้คัดไก่มาค่อนข้างดีมาก หนังไก่จะบางๆ กรอบๆ สมัยเด็กผมก็จะชอบกินหนังไก่มากเวลากินข้าวมันไก่ บางทีเห็นคนสั่งข้าวมันไก่ไม่เอาหนังก็จะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเค้าไม่กิน อร่อยจะตาย แต่พอย้ายบ้านออกมาแล้วได้ไปกินข้าวมันไก่เจ้าอื่นเท่านั้นแหละ เข้าใจทันทีเพราะหนังไก่ของร้านอื่นนี่ หนังนาปึ้ดแถมมันเยิ้ม กินแล้วคลื่นไส้จะอ้วนแตก ตั้งแต่นั้นมากินข้าวมันไก่เลยต้องบอก ไม่เอาหนังเหมือนกัน

ต่อมา วิธีการหั่นไก่ ใครคิดว่าไม่สำคัญ ไม่จริงนะครับ แม้จะเป็นไก่ตัวเดียวกันก็เถอะ ถ้าคนหั่นคนละคนรสชาติก็ต่างกันได้ วิธีการหั่นข้าวมันไก่ให้อร่อย ควรจะหั่นไก่ให้เป็นชิ้นบางๆ แบนๆ จะอร่อยกว่าหั่นแบบหนาๆมากมาย

ถัดมา ข้าวมัน บางร้านหุงซะแฉะเละ บางร้านก็หุงซะแห้งขอด บางร้านก็มาซะมันเยิ้ม แต่ร้านนี้จะมาแบบมันกะลังดี ไม่แห้ง ไม่แฉะ ไม่เละ มันไม่เยิ้มมาก ข้าวยังคงเป็นเม็ดๆ

ถัดมาก็เป็นน้ำจิ้ม หลายๆร้านที่เคยกินมาก็มีทั้งทำหวานไป เค็มไป ข้นไป ใสไป หาไอ้ที่ได้เรื่องยากมาก แต่ร้านนี้ ทำได้ในระดับดีที่สุดของน้ำจิ้มข้าวมันไก่ที่เคยกินมา มีแค่ไม่กี่ร้านที่จะทำน้ำจิ้มได้รสชาติดีแบบนี้

น้ำซุปที่แถมมากับข้าวมันไก่ หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่ตัวประกอบไม่ได้มีสาระอะไรจะต้องมา review เลย และหลายๆคนที่ขายข้าวมันไก่ก็คงคิดแบบนั้น ถึงทำน้ำซุปกันออกมาไม่ค่อยได้เรื่องกันเลย ร้านส่วนใหญ่ที่ผมเห็นก็จะใช้แค่ฟักมาต้ม แค่นั้น จบ กินเข้าไปแล้วไม่ค่อยมีรสชาติ บางร้านแถมซุปมาผมไม่เคยคิดจะตักมากินเลย แต่ร้านนี้ ต้มน้ำซุปได้ดีกว่านั้นมากๆ จริงๆวิธีทำก็ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่เอาโครงไก่ลงไปต้มเพิ่มเท่านั้นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมหลายๆร้านไม่ทำกัน จุดนี้ผมคิดว่าเป็นที่ความเอาใจใส่ของคนทำมากกว่า ที่เอาใจใส่ในทุกๆรายละเอียด

ในที่สุด หลังจาก 20 ปีผ่านไปที่ผมไม่ได้กินข้าวมันไก่แสนอร่อย ตอนนี้ก็ได้กลับมากินเสียที เพราะร้านนี้ย้ายออกมาจากศูนย์การค้าวรรัตน์ มาอยู่แถวบางบอน ไม่ไกลบ้านผมเท่าไหร่ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้กรดยูริกในเลือดสูง กินสัตว์ปีกมากไม่ได้ - -'

ร่ายยาวมานาน review ด้วยระบบเดิมต่อดีก่า

บรรยากาศ - สไตล์บ้านๆ อย่าหวังว่าจะมีบรรยากาศดีๆ

บริการ - แล้วแต่อารมณ์คุณลูกสาวเจ้าของร้าน เอาแน่ไม่ได้ แต่คุณแม่เจ้าของร้านบริการดีเพราะรู้จักกับแม่ของผม เนื่องจากเมื่อ 20 ปีก่อนซื้อข้าวมันไก่ร้านเค้ากินทุกเช้าก็ต้องรู้จักล่ะนะ

รสชาติ - บรรยายไปเยอะแล้ว คงไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่มอีกมากมาย เอาเป็นว่าอร่อยที่สุดที่ผมเคยกินมาในชีวิต แค่นี้พอ (อาจจะมีอร่อยกว่านี้ก็ได้นะแต่ผมไม่เคยกิน)

ราคา - ขึ้นรวดเร็วตามราคาน้ำมัน แถมส่วนใหญ่จานเดียวไม่เคยพอ มักจะมีโครงการน้องพลับขอสองอยู่เสมอ

สรุป 4 ดา่ว แม้รสชาติจะเทพจนผมไม่เคยหาที่ดีกว่านี้ได้แล้ว แต่องค์ประกอบด้านอื่นๆยังไม่เพียงพอจะให้ 5 ดาว

รูป กินบ่อยจนไม่เคยคิดจะถ่ายมาอ่ะ แม้จะบอกว่ากินไก่มากไม่ได้แต่ปัจจุบันก็ยังกินอยู่เกือบทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละครั้ง

ReviewReviewReviewReviewSilver Palace RestaurantJul 8, '08 11:17 AM
for everyone
Category:Restaurants
Cuisine: Chinese
Location:ซ.พิพัฒน์ สีลม
วันนี้อยู่ดีๆก็มีคนชวนไปกินบุฟเฟ่ห์อาหารจีน พักนี้ไอ้เราก็ไม่ค่อยได้ใช้เงิน เลยไปหาเรื่องใช้ซักหน่อย

เริ่ม Review เลยละกัน

บรรยากาศ - สำหรับร้านเกรดนี้ จริงๆก็หวังว่าจะเห็นการตกแต่งร้านที่ดูดีกว่านี้ซักหน่อยนะ แต่โอเค หยวนๆ พอดูได้

บริการ - พนักงานบางคนก็หน้าหงิกไม่รับแขก บางคนก็ดี๊ดีต้อนรับเราสุดชีวิต ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกว่าบริการดีหรือแย่ แต่ที่แน่ๆขอติอย่างนึงตรงอายุพนักงานเนี่ยมีแต่รุ่นป้าๆ ไม่ค่อยเจริญหูเจริญตาเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่คิดมากอะไรก็โอเค

รสชาติ - สั่งไป 10 กว่าอย่างได้ กินกัน 5 คน ไม่มีอั้นสั่งแหลก ทางร้านก็ไม่มีกั๊ก อยากกินไรสั่งมาเถอะ จัดให้ ก็มีบางจานอร่อย บางจานไม่อร่อยปนๆกันไป วิจารณ์เฉพาะจานที่จำได้ละกันนะ
หูฉลาม - หาหูไม่เจอเลย รสชาติปานกลาง แต่ไม่มีหูฉลามเลยก็อย่าเรียกหูฉลามดีกว่า
ยำแมงกระพรุน - ส่วนตัวไม่ชอบกินแมงกระพรุน เลยสรุปตั้งแต่แรกเห็นได้ทันทีว่า ไม่อร่อย อันนี้อย่าเชื่อผมมาก มีอคติกับแมงกระพรุนเป็นการส่วนตัว
เป็ดปักกิ่ง - อร่อยดี เสียตรงแป้งที่ห่อมาหนาไปติ๊ดนึง แต่ก็กินกันอย่างเมามัน
หอยเชลล์ผัดซอส XO - ก็ อร่อยดี เปรี้ยวๆหวานๆ กะลังดี
หมูหันฮ่องกง - ไม่ค่อยชอบแฮะ
ปลานึ่งซีอิ๊ว - เป็นคนสั่ง แต่ไมไ่ด้กินเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่วิจารณ์ละกัน
ปลาแซลมอนนึ่งเต้าซี่ - เฉยๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น
ซาซิมิแซลมอน - ก็ดีกว่าของฟูจิจิ๊ดนึง แต่แย่กว่าร้านญี่ปุ่นไฮคลาสร้านอื่น
ซุปอะไรซักอย่างทะเล - รสชาติเหมือนโจ๊กทะเล ก็โอเค พอไปได้
ซุปข้าวโพด - เหมือนซุปสำเร็จรูปถูกๆ ไม่ค่อยประทับใจ
เนื้อผัดน้ำมันหอย - อร่อยใช้ได้ เค็มๆหวานๆกะลังดี
กุ้งผัดพริกเกลือ - ก็อร่อยดี บางส่วนของเปลือกทำมากรอบๆกินได้เลย ค่อนข้างชอบจานนี้นะ
ปูผัดพริกไทยดำ - พี่ป้องบอกว่าไม่ชอบ แต่ผมชอบแฮะ ซอสพริกไทยดำมันได้รสชาติดี
ผัดเต้าหู้อะไรซักกะอย่าง - กินไปไม่เท่าไหร่เพราะไม่ได้ชอบเต้าหู้มาก ไม่วิจารณ์ดีก่า มี Bias ส่วนตัวกะเต้าหู้ขาว (ยกเว้นเต้่าหู้เทพที่เคยกินที่โรงแรม Hilton ชอบมาก)
ไก่ผัดเม็ดมะม่วง - ทำไก่เป็นชิ้นเล็กๆแล้วเอาไปทอดก่อนเอามาผัด ก็แปลกใหม่ อร่อยดี เนื้อนุ่ม
ปลาผัดซอส XO - เฉยๆ

ราคา - ก็สมราคานะ ถ้าเทียบกะอาหารที่ได้กิน คนละ 746 บาท กินไปเยอะอยู่แหละ

สรุป คนกินน้อยไม่ควรไปอย่างยิ่ง แต่ถ้ากินจุก็ไปลองดูซักครั้งก็ดี ไม่ควรไปบ่อยๆเพราะอาจหมดตัวได้ นอกจากนี้อาหารจีนค่อนข้างไขมันสูง คลอเรสเตอรอลและความดันอาจถามหา แถมเป็นบุฟเฟ่ห์อีก ทำลายสุขภาพแท้ๆ


ReviewThree Kingdoms - Resurrection of the DragonJul 7, '08 10:31 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Action & Adventure
หนังสามก๊ก ภาคจูล่ง หรือชื่อภาษาไทยว่า สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร ตอนเห็นตัวอย่างทีแรกอยากดูมาก เพราะชอบนิยายเรื่องนี้สุดๆ อ่านไป 4 รอบและ

แต่หลังจากที่พี่ซื้อ DVD มาให้ดูแล้ว ผิดหวังสุดๆ หนังแย่มากบรรยายไม่ถูกเลย เนื้อเรื่องขี้เกียจเล่านะ วิจารณ์เลยละกัน

จุดที่ชอบของหนัง
- ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- ฉากดูแห้งแล้งกันดาร ไร้สีสัน ของจริงเค้าสู้กันในภูเขาที่มีป่าไม้ขึ้นเต็มไปหมด นี่อะไร ไปถ่ายที่แกรนด์แคนยอนเหรอไง
- บิดเบือนจากนิยายไปเยอะมาก จนดูแล้วหงุดหงิดสุดๆ
- สมมติทำใจเป็นกลาง เพราะนิยายที่อ่านๆกันมันก็บิดเบือนประวัติศาสตร์จริงเหมือนกัน แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันมั่วนิ่มเกินอยู่ดี ดูไม่เหมือนประวัติศาสตร์ีจีนเลย
- ตอนจูล่งฝ่าเข้ากองทัพไปช่วยอาเต๊า มันผูกอาเต๊าไว้ข้างหลังเสร็จแล้วก็ออกรบ ขอโทษนะครับ ล้มท่าหงายหลังทับอาเต๊าแบนไม่รู้กี่ที แต่อาเต๊าไม่เป็นอะไร
- ฉากตอนช่วยอาเต๊าอีกแหละ ช่วงที่รถเข็นสองคันชนกัน ทำได้ไร้ความเนียนสิ้นดี
- จูล่งนี่เลือดเปรอะเต็มตัว แต่อาเต๊าไม่โดนเลือดเลอะซักกะหยด
- คนแสดงขงเบ้งหน้าตาซื่อบื้อมาก
- คนแสดงกวนอู หาความสง่าในตัวไม่มีเลย จะประหยัดงบก็ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ หาให้มันดีกว่านี้หน่อย
- กวนอูกะเตียวหุยสองคนรุมจูล่งแต่ชนะจูล่งไม่ได้ เอ่อ จูล่งนะครับ ไม่ใช่ลิโป้ แล้วจูล่งคนเดียวสู้กะสองคนนั้นได้ แต่กลับม่ได้เป็นหัวหน้าของ 5 พยัคฆ์ฟะ
- โจโฉเอาหลานสาวชื่อโจอิงตัวกระเปี๊ยกเดียวไปอยู่แนวหน้าของการรบ ทานโทษ ของจริงไม่มีใครทำหรอก ลูกชายยังว่าไปอย่าง นี่มันหลานสาวนะ
- หลานสาวเก่งกล้าสามารถทั้งบุ๋นทั้งบู๊เชียว คือพูดไปจะหาว่าดูถูกผู้หญิง แต่ความเป็นจริงนะครับคือ ค.ศ. 228 เนี่ย มันจะมีผู้หญิงที่ไหนเก่งกาจปานนั้นเหรอครับ ไม่ใช่ ค.ศ. 2008 นะ
- เต๋งจือที่ไหนเป็นนักรบฟะ มันเป็นนักวางแผนเฟ้ย จะทำเป็นว่าไม่เคยอ่านสามก๊กมาละักัน จะได้ไม่ขัดใจมาก
- ชื่อเต๋งจือ แต่บอกว่าแซ่เตี๋ย เหมือนจูล่ง แล้วก็เป็นพี่น้องกันด้วย เอาเข้าไป แค่แซ่เต๋ง กะ เตี๋ย มันก็ไม่เหมือนกันแล้ว จะเป็นพี่น้องกันได้ไงวะ
- แผนการรบ กลยุทธ์ต่างๆ ห่วยแตก ปญอ. เหมือนคนไร้แผนการ สามก๊กของจริงแผนการแยบยลลึกซึ้งกว่าในหนังเป็นร้อยๆเท่า ดูแล้วหงุดหงิดสุดๆ
- แผนการขงเบ้ง เอาจูล่งเป็นตัวล่อเป้า แล้วตัวเองใช้ให้กวนซิงกับเตียวเปาไปตี 6 เมืองที่เหลือ คิดได้ไง เป็นแผนที่ห่วยแตก บัดซบ ไร้สมองที่สุด
- หนังตัดตอนได้อุบาทว์มาก อยู่ดีๆ จูล่งหนุ่มๆไม่ทันไร แป๊บเดียวแก่แล้ว แล้วไอ้ที่สร้างผลงานมันก็ฉายอยู่ีรอบเดียว คือตอนไปช่วยอาเต๊า ไอ้ที่เหลือนี่ไม่มีความสำคัญเลยใช่ไหม คืออันที่จริง มันสร้างเป็นตอนจูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า แล้วฉายเฉพาะเหตุการณ์ช่วงนั้นให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลยจะดูดีกว่านี้เยอะนะ

สรุป เป็นหนังที่ห่วยแตกที่สุดในรอบปีที่ได้ดูมาเลยทีเดียว อย่าไปเสียเวลาดูดีที่สุด ผิดหวังมาก


ReviewReviewReviewfondoozJul 6, '08 11:44 AM
for everyone
Category:Restaurants
Cuisine: European
Location:Central World plaza
วันนี้ไปเดินเล่นๆที่ central world เพื่อพยายามใช้ Gift Voucher ที่ได้มาให้หมด จากนั้นก็เลยหาร้านกินต่อ ตอนแรกจะกินร้านอื่นแต่คนเยอะทุกร้าน เลยตกลงเลือกร้านนี้ละกัน ร้านฟองดู เพราะไม่ได้กินฟองดูมานานมากแล้ว (ครั้งหลังสุดไปกินฟองดูชีสเค็มนรกที่ Chamonix)

เมนูของร้านก็เป็นแนวอาหารฝรั่งหลายๆแบบผสมกัน มีทั้งเมกัน อิตาลี ฝรั่งเศส ที่สั่งมาก็มีสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ผักโขมอบชีส แล้วก็ฟองดูบูกินยอง ฟังดูชื่อคงสับสนว่ามันคืออะไร มันก็คือน้ำมันท่วมๆแล้วก็เอาของลงไปทอด แค่นั้นแหละ มีน้ำจิ้มให้มา 6 แบบ ทั้งแบบไทยๆ แบบฝรั่งๆ

บรรยากาศ - เบๆ พอดูได้ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น

บริการ - ประทับใจเจ้าของร้านที่มาช่วยงมหาปลาทอดที่จมไปในทะเลน้ำมันมากๆ ให้คะแนนเต็มเลยเรื่องนี้ อิอิ

รสชาติ - ผักโขมอบชีสไม่ค่อยอร่อย สปาเก็ตตี้คาโบนาร่ารสชาติปานกลาง ส่วนฟองดู ก็ดี มีน้ำจิ้มหลายแบบให้เลือกสรรค์ ที่ชอบที่สุดคือ ขนมปังฝรั่งเศส (บักแกต) ทอด (เค้าไม่ได้ให้ทอดหรอก ตูเอาไปทอดเองแหละ เพราะตอนแรกเหนียวมาก ไม่อร่อย) ส่วนอย่างอื่นทอดก็โอเค อร่อยดี แต่ไม่ถึงกับประทับใจมาก เสียดายสั่งมากไปหน่อย เลยกินฟองดูช็อกโกแลตต่อไม่ไหว

ราคา - สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปนิดหน่อย แต่ไม่มากมายอะไรนัก ต่างกับร้านทั่วไปแค่จานละ 10-30 บาท กินไป 2 คนจ่ายไป 1300 แต่ก็ได้กินหลายอย่างเหมือนกัน อิ่มตึ้บ

สรุป ถ้าใครอยากลองกินฟองดูในไทยก็ไปลองได้ นานๆไปลองซักทีก็ดีเหมือนกัน เปิดมุมมองด้านอาหารใหม่ๆว่าคนต่างประเทศเค้ากินอะไรกัน (แม้มันจะไมไ่ด้เหมือนของแท้ 100% ก็ตาม) แต่จากที่กินมา 3 ฟองดู (ชีส น้ำมัน ช็อกโกแลต) ชอบฟองดูช็อกโกแลตที่สุด

รูปถ่ายออกมาสั่วๆนะ ไร้ซึ่งความงาม ขี้เกียจบรรจงถ่ายมาก อายชาวบ้านเค้า


ReviewReviewThe Grill TokyoJun 26, '08 1:55 PM
for everyone
Category:Restaurants
Cuisine: Japanese / Sushi
Location:Siam Paragon
วันนี้ไปกินข้าวกะที่พาราก้อน เพราะจะไปดูหนังด้วย เกิดอยากกินเนื้อวัว เห็นร้านนี้ชื่อร้านดูเหมือนจะขายเนื้อวัวเลยเข้าไปลอง

วิจารณ์ร้านนี้ด้วยระบบ 4 มาตรฐานเช่นเคย

บรรยากาศ - ก็ ปานกลาง ไม่ได้ตกแต่งหรูหราอะไรมากมาย แค่พอดูดีในระดับนึง

บริการ - เฉยๆ ไม่มีอะไรประทับใจ แต่ก็ไมไ่ด้แย่

รสชาติ - ปานกลาง เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วๆไปที่หาได้ตามท้องตลาด ไม่มีอะไรโดดเด่นเลย ข้าวหน้าเนื้อรสชาติพอๆกับร้าน Zen ปลาแซลมอนอะไรซักอย่างที่ไอ้ทักสั่งมาก็พอๆกับฟูจิ ซุปกิมจิกับหมู พอจะดูดีหน่อย แต่ก็ไม่ไดุ้ึถึงกับประัทับใจจนน้ำตาไหลพรากๆอยากกินอีกอะไรแบบนั้น

เมนูก็เห็นแล้วผิดหวังมาก เมนูเกี่ยวกับเนื้อน้อยเหลือเกิน ตั้งชื่อร้านว่า The Grill ได้ยังไง เห็นมันก็เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วๆไป

ราคา - แพงนรกแตก ยิ่งเทียบกับคุณภาพอาหารด้วยแล้ว ยิ่งแพงเข้าไปใหญ่ อาหารโดยรวมรสชาติยังกะร้านราคาชุดละ 2-3 ร้อย แต่นี่ปาเ้ข้าไปจานละ 3-6 ร้อยเป็นอย่างต่ำ ดีนะไม่ได้สั่งพวกเนื้อโกเบหรือเนื้อมัตสึซากะมา ไม่งั้นคงน้ำตาไหลพราก เสียดายตังค์ เพราะฝีมือมันทำออกมางั้นๆแหละ

แม้แต่ชาจีนอู่หลง ก็ยังห่วย กินบนเขาตอนไปเที่ยวเชียงรายอร่อยกว่านี้หลายเท่า ให้กินฟรีด้วย แต่ร้านนี้เอาชาเบๆมาขายแล้วยังมาทำเป็นเหมือนชาไฮคลาสอีก

สรุป ไม่ประัทับใจเท่าไหร่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมีคนกินเยอะแยะเต็มร้าน ไปกินอาโออิที่อยู่ตรงข้ามดีกว่าเห็นๆ ยิ่งเทียบราคากับคุณภาพอาหารด้วยแล้ว เอาไป 2 ดาวพอ

ไม่ได้ถ่ายรูปมานะ ขี้เกียจ

http://www.nippontei.com/th/b6.html <- เว็บร้าน อยากเห็นหน้าตาเป็นไงก็เข้าไปดูละกัน อาหารในรูปเหมือนจะดูดี แต่มันไม่ได้อร่อยเหมือนหน้าตาที่ดูดีของมันซักเท่าไหร่หรอก บางจานทำออกมาไม่ใคร่จะเหมือนในรูปซักเท่าไหร่อีกตะหาก

ReviewReviewWantedJun 26, '08 1:38 PM
for everyone
Category:Movies
Genre: Action & Adventure
เกิดอยากดูหนังเลยหาเรื่องไปดู แต่ความจริงไม่ได้อยากดูเรื่องนี้เท่าไหร่หรอก พอดีไอ้ทักมันอยาก ก็เลยหยวนๆตามใจมันมั่งละกัน เพราะเราก็แค่ อยากหาไรทำแก้เบื่อแค่นั้นแหละ

เนื้อเรื่องย่อ ขี้เกียจเล่า เอาเป็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักฆ่า มือปืน ยิงกัน ไรราวๆนี้

แก้ review เพิ่มจุดที่ไม่ชอบ เพิ่งนึกได้อีกเมื่อเช้า

จุดที่ชอบของหนัง
- หาไม่เจอ

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- ไม่ชอบนางเอกของเรื่องเป็นการส่วนตัว ตั้งกะเรื่องทูมไรเดอร์แล้ว
- ยิงกันด้วยเรื่องไร้สาระมากๆ เหตุผลไม่ค่อยจะมี กะไอ้แค่กระดาษแผ่นนึงก็เชื่อมันเนี่ยนะ บ้าป่าว
- แค่คนยิงกัน 2-3 คนบนรถไฟ เป็นเหตุให้ถึงขั้นรถไฟตกจากรางลงเหว ไร้สาระจริงๆ
- ตกลงมาจากเหว 2-3 คน ไม่มีใครตายเพราะตกเหวซักคน แต่คนบนรถไฟคนอื่นไม่รู้หายไปไหนหมด หาไม่เจอกระทั่งศพ
- ไอ้ที่ตกลงมาแล้วไม่ตายน่ะ คนจริงเหรอ ไม่ใช่ยอดมนุษย์แน่นะ
- ฉากที่นางเอกยิงพวกเดียวกันตายพร้อมกับฆ่าตัวตายตามด้วยกระสุนวิถีโค้ง ยิงนัดเดียวตายทั้งแก๊งค์ คิดได้ไง บ้าบอคอแตกจริงๆ คิดอย่างอื่นไม่ออกแล้วเหรอที่มันดีกว่านี้ อย่างน้อยนางเอกก็ควรจะมีความคิดมากกว่านี้นะ
- ฉากที่ตัวร้ายออกมาบอกความจริงว่าทุกคนอยู่ในลิสต์ที่โดนเครื่องทอผ้าสั่งให้ฆ่าทุกคน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเชื่อคนง่ายกันจัง แค่เค้าเอากระดาษแผ่นนึงเขียนชื่อตัวเองใส่ลงมาก็เชื่อแล้ว ก็รู้ๆอยู่ไอ้ตัวร้ายมันหลอกชาวบ้านมาแล้วรอบนึง ก็ยังจะหลงเชื่อมันง่ายๆกันอีก แจกกระดาษคนละแผ่นต้มคนต่อไปได้ เอาเข้าไป ไร้สมองกันจริง
- พ่อพระ้เอก เจอหน้าพระเอกไม่รู้จักหาทางเรียกมาคุยกันให้รู้เรื่อง เอาแต่ยิงๆๆๆ แล้วลูกมันจะรู้ความจริงไหมน่ะ สุดท้ายมาบอกความจริงเอาตอนโดนลูกตัวเองยิงตายเรียบร้อยแล้ว สมน้ำหน้า ไอ้โง่

สรุป ไม่ควรเสียตังค์ไปดูอย่างยิ่ง ให้สองดาวค่าทำฉากแอ๊คชั่นที่พอโอเค(ไม่ได้ดีนะ แค่ โอเค พอไปได้)แค่นั้น


ReviewReviewReviewReviewKung Fu PandaJun 19, '08 9:55 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Comedy
ตั้งใจไปดูเรื่องนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นตัวอย่างหนังเลย เพราะกะว่ามันต้องติงต๊องมากๆแน่ๆ ชอบดูหนังตลก

เนื่อเรื่องตาม trailer จะได้ไม่สปอยล์มากเกินไป
เป็นเรื่องราวของหมีแพนด้าบ้ากังฟู แต่ฝีมือไม่ได้เรื่อง บังเอิญวันนึงมีการประลองกังฟูเพื่อเลือกคนที่จะมาเป็นสุดยอดเจ้ากังฟูรุ่นที่สองแล้วหมีแพนด้าตัวนี้ก็เลยไปดูด้วย อยู่ดีๆได้รับเลือกจากปรมาจารย์กังฟูให้ได้รับตำแหน่งซะงั้น ก็เลยต้องเข้าคอร์สฝึกกับท่านอาจารย์อย่างหนักหน่วง ขณะเดียวกัน ศิษย์ทรยศอันเก่งกาจของท่านอาจาย์ก็หลุดออกมาจากคุกได้พอดี ก็เลยต้องประมือกันให้รู้ผลกันไปข้างนึง ถึงไม่บอกก็คงรู้กันอยู่แล้วล่ะนะว่าแพนด้ามันต้องชนะ แต่ชนะได้ยังไง ไปดูเองหนุกกว่า

จุดที่ชอบของหนัง
- มีมุกฮาตลอดเกือบทั้งเรื่อง ขำได้เรื่อยๆตั้งแต่ต้นจนจบ

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- พ่อของแพนด้า มันเป็นนก ได้ยังไงวะ นกออกลูกเป็นแพนด้า หรือว่า นกแต่งงานกะแพนด้า??

เล่ามากเดี๋ยวไม่มันเพราะหนังตลกถ้ารู้มุกแล้วจะไม่สนุก ไปดูกันเองละกัน แต่ชอบมุกมันหลายอันเลย

สรุป ให้ 4 ดาว มุกส่วนใหญ่ขำพอประมาณ ไม่ถึงกับขำขี้แตกขี้แตน แต่มีให้ขำได้ทั้งเรื่องไม่มีเบื่อ


ReviewReviewReview21Jun 10, '08 11:25 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Other
หนังที่ตอนแรกว่าจะไปดูในโรง แต่หาไม่เจอซะงั้นเลยโหลด bit มาดูแทนละกัน เห็นน็อตมันโฆษณาให้ 4 ดาวแน่ะ เชื่อมั่นในตัวเพื่อนมากเลยหามาดูมั่ง

เรื่องก็เกี่ยวกะนักศึกษาร่วมมือกะอาจารย์ไปเล่นพนันที่เวกัสแล้วก็เล่นด้วยวิธีคำนวณความน่าจะเป็น จะว่าโกงไหม ก็ไม่เชิง แต่ก็ทำให้ได้เปรียบแหละนะ ซึ่งพวกเจ้ามือย่อมไม่ยอมแน่นอนอยู่แล้วเพราะเสียตังค์นิ

จุดที่ชอบของหนัง
- ไม่มี

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- ไม่มี

เนื่องจากหาจุดเด่นและจุดด้อยไม่ได้เลย หนังก็ดำเนินไปเรื่อยๆเปื่อยๆ ดูเพลินๆ เอาไปสามดาวละกัน


ReviewReviewReviewThe Chronicles of Narnia - Prince CaspianJun 4, '08 1:55 PM
for everyone
Category:Movies
Genre: Action & Adventure
จริงๆตอนแรก จะไปดูอีกเรื่องนึงนะ แต่มันออกจากโรงพอดี ทั้งโรงเป็นไอ้นัวเนียนี่ไปเกินครึ่ง เลยเอาฟะ ดูก็ดู เพราะเรื่องอื่นวันนี้ไม่ค่อยมีไรน่าดูเท่าไหร่

จุดที่ชอบของหนัง
- วิวสวย

จุดที่ไม่ชอบของหนัง
- เนื้อเรื่องตอนจะจบมันดูจบแบบง่ายเกินไป ชนะง่ายเกิน
- สิงโตอัสลาน เล่นตัวเกินเหตุ ออกมาช่วยแต่แรกก็จบเรื่อง อ้างเหตุผลข้างๆคูๆฟังดูไม่เข้าท่าไงชอบกล
- รำคาญไอ้พวกที่ไม่เชื่อว่าลูซี่พูดความจริงว่าเห็นอัสลาน ภาคแีรกก็ไม่เชื่อก็โง่ไปทีนึงแล้ว ภาคสองก็ยังคงโง่ต่อไป เขียนให้มันดูโง่ไม่เข้าท่า
- ตัวละครบางตัว หน้าตาเห่ยเฟ้ยเกิน เช่น เซนทอร์ คนแคระ

ส่วนอื่นๆก็ กลางๆ ทั้งเรื่องกราฟฟิก เนื้อหาโดยรวม ฉากต่อสู้ ไม่มีอะไรโดดเด่น

สรุป โดยรวม ไม่มีไรทำก็ไปดูซะ หรือถ้าเคยดูภาคแรกแล้วก็ไปดูภาคต่อซะหน่อยละกัน แต่ถึงไม่ได้ดูก็ไม่ได้น่าเสียดายอะไรนักหนาหรอก


ReviewReviewReviewReviewReviewSpeed RacerMay 11, '08 11:03 AM
for everyone
Category:Movies
Genre: Sports
จัดหมวดหมู่ให้มันไม่ค่อยถูก แต่เห็นเป็นหนังเกี่ยวกะรถแข่งเลยจัดให้เป็นกลุ่ม Sports ละกันนะ

แนวหนังจริงๆ ออกแนวผสมๆกัน ระหว่าง Comedy + Family + Sports

วิจารณ์แบบเป็นจุดที่ชอบกะจุดที่ไม่ชอบตามแบบที่ถนัดละกันนะ

จุดที่ชอบของหนัง
- แสงสีฉูดฉาดบาดตาบาดใจ หลอกเด็กแบบเราได้ดี
- ใช้กราฟฟิกทำฉากตลอดเรื่อง ดูสวยดี แล้วก็ทำออกมาได้ไม่ดูขัดลูกตา ด้านเทคนิคยอมรับในระดับนึงว่าทำได้ดี
- ฉากแข่งรถ วิ่งกันเร็วสะใจ อยากขับเร็วๆแบบนั้นมั่งเหมือนกัน แต่ทำไม่ได้ ทำได้แค่ 160 km/h เอง ฮ่าๆๆๆ ในหนังขับกันตั้ง 700-800 km/h ดูแล้วมันดี
- มีอะไรแปลกๆใหม่ๆในรถแข่งให้เราได้ดูเล่น ถ้าจำไม่ผิด มันเอามาจากในเกมป่าวหว่า
- ฉากที่แสดงถึงความรักความผูกพันของคนในครอบครัวหลายๆฉาก ดูแล้วซึ้งใจ
- เห็นตัวเอกมีพี่ชายที่แสนดี ทำให้นึกว่าเราเองก็มีพี่ชายที่แสนดีเหมือนกัน ความผูกพันระหว่างพี