I just can't control the time

อยากเขียน blog แต่นึกไม่ออกเขียนไรดี นึกหัวข้อลอยๆขึ้นมาเองละกัน
วันนี้จะเขียนเรื่อง อย่าเสียใจกับอดีต ครับ ไม่น่าจะยาว

หลายๆคน (อาจจะไม่ทุกคน) มักจะเคยตัดสินใจ หรือกระทำอะไรผิดพลาดไปในอดีต แล้วก็เอาแต่เก็บมานั่งเสียใจ คิดแต่ว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะ... หรือ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่... แล้วก็คิดวนเวียนอยู่แบบนั้น (เหมือนที่เพลงอกหักหลายๆชอบแต่งประมาณว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำให้เธอเสียใจ อะไรประมาณนี้)

ความจริงแล้ว ความคิดแบบนั้น ผมว่ามันไม่ได้ช่วยให้มีอะไรในชีวิตคุณดีขึ้นหรอกนะครับ คิดไปก็เท่านั้น
เหตุผล
1. คุณย้อนเวลาไม่ได้นิ
2. ถึงย้อนกลับไปได้จริงๆ คิดเหรอว่าจะแก้ไขได้ ลองคิดดูอีกทีว่า ณ เวลานั้น ตอนนั้น ความคิด อารมณ์ ข้อมูล ที่คุณมีอยู่มันเป็นอย่างไร ถ้าย้อนกลับไปอยู่สถานะนั้นแล้วให้คุณตัดสินใจอีกครั้ง คิดว่าคุณจะเปลี่ยนการตัดสินใจของคุณหรือไม่ ไม่รู้เหมือนกันนะว่าคนอื่นคิดยังไง แต่อย่างน้อยถ้าเป็นผม ก็คงไม่เปลี่ยนใจ ให้ผมย้อนเวลากลับไปอีกร้อยครั้งพันครั้งผมก็คงตัดสินใจเช่นเดิม เพราะว่า ณ เวลานั้นผมไม่รู้หรอกว่าการเลือกทางไหนเป็นสิ่งที่ถูก
3. ถ้าคนเรารู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตก็คงไม่มีใครเคยทำอะไรผิดพลาดหรอก

เคยมีคนบางคน มาบอกให้ผมลืมอดีตอันเลวร้ายที่ผ่านมาไปซะ แล้วเริ่มต้นใหม่ ถามจริงๆว่าคนเราจะลืมมันได้ลงเหรอ (ยิ่งความจำดีแบบผม 555)

ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราควรจะทำยังไงล่ะ ในเมื่อเราไม่ควรไปเสียใจกับอดีต แล้วก็ไม่สามารถลืมอดีตอันเลวร้ายนั้นได้ด้วย คำตอบสำหรับผมคือเราควรจะจำมันไว้ทุกอย่างเท่าที่จะจำได้ เพียงแต่เราไม่ได้เก็บมาเพื่อมานั่งเสียใจ แต่เราเก็บมันมาเพื่อเป็นบทเรียนให้กับเราเพื่อช่วยในการตัดสินใจให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต

การคิดแบบนี้ นอกจากจะทำให้เราไม่ซีเรียสกับเรื่องในอดีตแล้ว ยังทำให้เราพร้อมที่จะมองต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย และยังมีประโยชน์ทางอ้อม ทำให้คุณเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากขึ้น กล้าตัดสินใจมากขึ้น มองตัวเองในแง่ดีมากขึ้น

จงอย่าเสียใจกับอดีต แต่เก็บมันไว้บทเรียนสำหรับอนาคต

ผมไม่เสียใจกับการตัดสินใจ หรือการกระทำในอดีตของผมเลยแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดก็ตาม

จบ blog วันนี้เด้ิอ วันนี้มาแบบมีสาระแมะ อิอิ (หรือว่าไร้สาระ) :)

amg200 wrote on Oct 14
อดีตคือบทเรียน
อนาคตคือทางเลือกที่ต้องใช้อดีตมาวิเคราะห์
suratt wrote on Oct 16
เห็นด้วยครับ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help